No-grade

เจ้านกกระจอก

posted on 06 Aug 2010 22:03 by champcpe in No-grade

เจ้านกกระจอก

พล็อตตามที่เข้าใจ

เจ้านกกระจอก หรือ Mundane History เป็นหนังนอกกระแสที่เราบังเอิญผ่านไปที่เอ็มโพเรียม พอดีอยู่ในเทศกาล เลยมีโอกาสได้ดู (ที่ SF เอมโพเรียม เขากำลังมีโครงการ 2010 Director's Screen Project ซึ่งจะฉาย "สวรรค์บ้านนา" และ "ภูเก็ต" ต่อๆ มาด้วย)  

เจ้านกกระจอกเป็นหนังรางวัล (เธอๆ สามารถหาข้อมูลรางวัลที่หนังเรื่องนี้คว้ามาได้ ได้จากกูเกิ้ล) ของผู้กำกับหญิง อโนชา สุวิชากรพงศ์ นี่เป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเธอ

อะ มาที่เรื่องย่อ (ซะที ซะที)

เอก เป็นวัยรุ่นชายผู้ประสบอุบัติเหตุบางประการทำให้ขยับร่างกายท่อนล่างไม่ได้ พ่อของเขาจึงจ้างบุรุษพยาบาล (ชื่อปัน) มาดูแล

จบ

เฮ้ย จบจริงๆ (เรื่องย่อมีเท่านี้จริงๆ)

ถ้าจะให้เล่ามากกว่านั้น คงต้องเล่าว่า เอกกับพ่อมีเรื่องระหองระแหงกัน ไม่ถูกหน้ากันนัก บุรุษพยาบาลคนนี้ก้าวเข้ามาตรงกลางระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสอง นอกจากนี้หนังยังเล่าเรื่องของคนใช้ของบ้านนี้อีกนิดๆ หน่อยๆ ด้วย

เวลาพูดถึง "หนังนอกกระแส" เราคิดถึงอะไรบ้าง

การแช่กล้องไว้นานๆ บางครั้งนานจนผู้ชมเปลี่ยนท่านั่ง ท่านอน แล้วก็ยังแช่อยู่อย่างนั้น
บทสนทนาที่คล้ายจะธรรมดา พูดเรื่องเรื่อยเปื่อย บางครั้งพูดถึงความฝัน บางครั้งพูดถึงหัวข้อที่เหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวหนังหรือฉากนั้นๆ
ฟุตเตจและบทโมโนล็อก (พูดคนเดียว) ที่ทำให้รู้สึกว่า "วู้.. อะไรวะเนี่ย"
เล่าเรื่องน้อยๆ เนิบๆ ปล่อยให้ผู้ชมคิดเอาเอง บางครั้งเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยว แต่อยากจะเล่า ใครจะทำไม

หนังเรื่องนี้มีครบเลยเว้ยเฮ้ย! (บวกการเล่าเรื่องที่ไม่เรียงลำดับเวลาไปอีกหนึ่งดอก)

ถ้าเปรียบเป็นเพลง แน่นอนว่าหนังในกระแส หรือหนังฮอลลีวู้ดต้องเป็นเพลงป๊อป หนังแอคชั่นอาจเป็นเพลงร็อค หนังเก่าเป็นเพลงคลาสสิก ส่วนหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็นเพลงอินดี้ (ละมั้ง) ที่มีตัวหยุดแทรกอยู่ระหว่างตัวโน้ตเยอะมาก บางครั้งบางคราวหยุดนานจนผู้ชมได้ยินเสียงความคิดตัวเอง หรือได้ยินเสียงกรอบแกรบของถุงป๊อปคอร์นของคนที่นั่งแถว D (เฮ้ย ดูหนังอย่างนี้ยังเอาป๊อปคอร์นเข้ามากินอีกเหรอวะ) 

การที่หยุดเยอะๆ อย่างนี้ อาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ เพราะมันบังคับคนดูให้คิดตามตลอดโดยไม่ต้องรอให้คนทำหนังบอกทุกอย่าง ไม่ต้องให้คนทำหนังเคี้ยวสารซะจนเปื่อยยุ่ย ก่อนป้อนข้อมูลเข้าปากช้าๆ แต่ถ้าคนดูขี้เกียจ (หรือรำคาญ) ก็อาจลุกหนีไปซะดื้อๆ ไปกินฟาสต์ฟู้ดดีกว่า อะไรงี้

อย่างไรก็ตาม เราคิดว่านี่เป็นหนังนอกกระแสที่ดูง่ายพอสมควร (ถ้าไม่พยายามจะตีความไปเสียทุกประการจนปวดหมอง)

หากต้องการมากกว่านี้ สามารถอ่านคอลัมน์ Symbolic Corner ของคุณไกรวุฒิ ได้ในไบโอสโคป ปก Facebook

(ไม่สามารถให้เกรดได้ แต่เราว่าถ้าใครได้มีโอกาสได้ดู อย่างน้อยก็จะไม่ก่นด่าหรือลุกออกจากโรง)

 

อ้อ หนังเรื่องนี้ได้เรต 20+ ตรวจบัตรประชาชนตอนซื้อตั๋ว เนื่องจากมีฉากเอกพยายามสำเร็จความใคร่