C-

Total Recall

posted on 03 Aug 2012 14:29 by champcpe in C- directory Entertainment, Lifestyle
Total Recall
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
 
เรื่องเกิดในยุคอนาคต ดั๊กลาส เควด เป็นคนงานธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีความฝันอันแปลกประหลาด เขาเกิดเบื่อกับชีวิตห่วยๆ เดิมๆ ของตัวเอง เลยไปเยี่ยมสถานรีคอลล์ อันเป็นที่ปลูกฝังความทรงจำมหัศจรรย์พันลึกเพื่อให้คนหนีจากความเป็นจริง ปรากฏว่าการใช้เครื่องรีคอลกลับไปกระตุ้นความทรงจำที่เขาเคยเป็นสปายขึ้นมา เรื่องจึงวุ่นวายตุงนัง จริงๆ นี่เป็นหนังรีเมคจาก Total Recall เวอร์ชั่นเดิมที่อาร์โนลด์เคยเล่นเมื่อ 12 ปีก่อน
 
 
ชอบ
 กราฟิก ตื่นตาตื่นใจดี เรนเดอร์โลกอนาคตขึ้นมาใหม่ทั้งโลกเลย พวก User Interface ต่างๆ ก็ดูเจ๋งดี ดูคิดมา
ประมาณ​ 15 นาทีแรก สนุกดี ดูมีความหวัง
 
ไม่ชอบ
 …แต่หลังจาก 15 นาทีแรกก็ไม่สนุกอีกเลย เป็นหนังแอ๊คชั่นดาษๆ ที่เต็มไปด้วยบทพูดที่เหมือนจะเท่ แต่ดูไม่เข้าที่เข้าทาง
ดารานำทั้งสามคือคอลิน ฟาร์เรล เคท เบคคินเซล และเจสสิก้า บีล ก็ดูทื่อๆ เล่นไปงั้นแหละครับแหละค่ะ จะเปลี่ยนมาใช้นักแสดง A B C แทน ก็ไม่แปลกเลยนะ 
บท หลังจาก 15 นาทีแรก ก็ห่วยแตกมาโดยตลอด เหมือนไปซื้อสคริปหนังที่เป็นเทมเพลตมาใส่เรื่องตัวเอง มีแต่ประโยคที่เอาไปใส่หนังเรื่องอื่นก็ได้ 
หนังยืดยาวเรื่อยเป่ือย มีแต่ฉากแอ๊คชั่นจืดๆ ที่ก็ไม่ได้ทำให้คนดูตื่นเต้น อะ คิวฉากไล่ล่าด้วยเท้าเปล่ามาซิ อะ คิวฉากไล่ล่าบนยานพาหนะมาซิ อะ คิวระเบิด อะ ตู้ม ฮิฮิ ไม่สนุกเลย เพราะคนดูไม่ได้แคร์ในชะตาของตัวแสดงนำใดๆ สักตัว คือจะตายไปก็ไม่ได้ทำให้หนังดีขึ้นหรือห่วยลง
จุดหักมุมที่พยายามใส่เข้ามาสองสามสี่จุดซึ่งเป็นแค่ความพยายามในการทำให้หนังดูเหมือนจะมีอะไร
 

สรุปว่าเป็นหนังแอ๊คชั่นธรรมดา ที่เจ็บใจมากเพราะว่าเราดูเทรลเลอร์แล้วตั้งความหวังไว้มาก แม้จะรู้อยู่แล้วว่าหนังที่เคท เบคคินเซล เลือกเล่น ไม่น่าจะดีหรอก เธอก็กลับไปเล่นอันเดอร์เวิลด์ หนังม่วงๆ น้ำเงินๆ ของเธอไปเหอะ ไหนๆ ทำหน้าได้แบบเดียวนะ แต่พอดูเทรลเลอร์ก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันน่าจะมีอะไร แถมหนังต้นแบบเมื่อ 12 ปีก่อนก็ค่อนข้างดีด้วย เลยตั้งความหวังไว้ว่าน่าจะเหมือนกับ Minority Report บวกกับ Inception นะ แต่ปรากฏว่าผิดหวังสุดๆ ดูนาฬิกาไม่รู้กี่ครั้งต่อก่ีครั้งกว่าจะจบ ฮ่าๆ

ชอบรีวิวหนึ่งที่อ่านเจอ บอกว่า ​Total Recall คือ All Visual, No Vision โคตรจริงเลย 
 

เกรด
 

Dictator

posted on 29 Jun 2012 15:04 by champcpe in C- directory Entertainment, Lifestyle
Dictator
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
 
อลาดีนเป็นจอมเผด็จการของประเทศสมมติ ถูกบังคับให้มาแถลงการต่อ UN เรื่องระเบิดนิวเคลียร์ แต่กลับถูกลอบลักพาตัวไปเสียก่อน เขาโดนตัดหนวดจนไม่มีใครจำได้ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป จนได้พบกับสาวนักประท้วงที่เปลี่ยนแปลงนิสัยของเขาไปในทางที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องหาทางกลับไปเคลมตัวตนเดิมให้ได้ด้วย
 
ชอบ
 
มีบางมุขที่ขำ
 
ไม่ชอบ
 
Cameo ดาราน้อยกว่าเรื่องอื่นๆ และใช้ไม่คุ้ม บางทีดู desperate ที่จะไปให้คนอื่นมาร่วมตลกกับตัวเองมาก
สำหรับเรา นักแสดงนำ ชาช่าบารอนโคเฮนนี่ไม่แปลกใหม่แล้ว นี่แค่ย่ำไปในเส้นทางเดิมๆ 
เรารู้สึกว่าพยายามจะแรงเพื่อให้ขำ แต่ก็ไม่ได้แรงขนาดนั้น และก็ไม่ขำ (อันนี้ personal preference คนอื่นอาจแตกต่างไป เพราะคนอื่นในโรงก็ขำดี) (คือเข้าใจนะว่ามันขำจากแฟกเตอร์ "ฮู้ยยย เหี้ยยยยจังงงง ฮ่าๆๆๆ" แต่สำหรับเรา มันหยุดที่ "ฮู้ย เหี้ย" แต่ไม่มี ฮ่าๆๆ ต่อท้าย)
บทเรียนตอนท้ายนี่เหมือนจะซึ้ง เหมือนจะตบหน้าสหรัฐฉาดใหญ่ แต่เราว่ากลวงมาก คือ ธรรมดามาก ง่ายมาก งั้นๆ มาก ไร้ชั้นเชิงมาก
เป็นหนังฟีลแบดแห่งปี
 
เกรด
หรืออาจจะ D เลยด้วยซ้ำ นี่บวกขึ้นมาเพราะเห็นคนอื่นในโรงตลกกันหรอกนะ
 
 

Tron

posted on 30 Dec 2010 11:06 by champcpe in C-
Tron
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
ภาคต่อของหนังเก่ามากๆ (ที่เรายังไม่เคยดู) หนังเริ่มต้นที่แซมพยายามตามหาพ่อหายตัวไป ก่อนจะพบว่าจริงๆ แล้วพ่อหลุดไปสู่ในโลกแห่งคอมพิวเตอร์ ทรอน ต่างๆ น่ะเอง ก็ตามสูตรที่จะต้องมีการต่อสู้อะไรกันพอเป็นพิธีก่อนที่จะกลับคืนสู่โลกแห่งความจริงได้
 
ชอบ
กราฟิก (เราดูแบบสามมิติ แต่หนังบอกไว้ก่อนว่าบางช่วงจะเป็นสองมิติแต่ไม่ต้องถอดแว่นตานะ)
 
ไม่ชอบ
กราฟิก ซึ่งดูไปนานๆ ก็เบื่อแล้ว
เนื้อเรื่องแบนกลวงทุกช่วงไป
การแสดงที่ชวนให้คิดว่า..​นี่ด์.. แกเป็นซีจีใช่มั้ย (คือเล่นแข็งมาก)
 
เกรด

Skyline

posted on 12 Nov 2010 22:40 by champcpe in C-
 
Skyline
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
 
มนุษย์ต่างดาวบุกโลกอีกแล้ว คราวนี้มาดูดคนเป็นๆ ขึ้นไปบนฟ้าจับเข้ายานเอาไปทำพลังงาน .. หนังโฟกัสที่คนกลุ่มหนึ่ง ที่ออกมาจากโรงก็ลืมชื่อพระเอกเสียแล้ว แต่รู้ว่าตานี่เคยแสดง 24 สักซีซั่น
 
ชอบ
 
เอฟเฟกต์ดี เพราะเป็นหนังจากทีมสร้างเอฟเฟกต์อยู่แล้ว
มีฉากแอ๊คชั่นบางฉากที่ตื่นเต้น
 
ไม่ชอบ
 
บทหนังถามคำ ตอบคำ และเป็นประโยค present simple ทั้งหมด นั่นคือเป็นบทที่โคตรเพลนพื้นราบเปลือกโลกและเรียบซะจนคุณสามารถเจเนเรทบทแบบนี้ออกจากโปรแกรมได้เลย ถ้ามีประกวดว่าหนังเรื่องไหนที่รวมประโยค Clicheๆ (อันหมายถึงเยอะจนเฝือ เก่าเก็บ ฝุ่นจับ) แล้วหนังเรื่องนี้จะเข้ารอบแน่นอน
นักแสดงไม่เป็นที่น่าจดจำใดๆ (บทไม่ส่งด้วยแหละ)
เอฟเฟกต์ ถึงจะดี แต่ดูแล้วรู้ชัดว่ามีข้อจำกัดด้านงบประมาณ (10 ล้านเหรียญ) 
หนังวนอยู่ในตึกตึกเดียว ไม่มีอะไรอื่น ใครหวังจะได้เห็นฉากแอคชั่นตูมตามก็ดูจากตัวอย่างหนังก็มีเท่านั้นแหละ
ตอนจบที่.. ดิสทริกไนน์รึเปล่าเอ็ง
 
เกรด
 
 
 

Resident Evil: Afterlife

posted on 09 Sep 2010 21:59 by champcpe in C-

Resident Evil: Afterlife

พล็อตตามที่เข้าใจ

อลิซกลับมาอีกครั้งต่อจากภาค 3 ซึ่งจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง (ไม่อยากจำด้วยซ้ำ) เราเป็นแฟน Resident Evil ภาค 1 ถึงแม้จะมีนักวิจารณ์จำนวนมากบอกว่าห่วย (ได้เพียง 34% จาก Rottentomatoes) ภาคสองพอดูได้ (21%) ภาคสามเราไม่ชอบอย่างยิ่งเพราะกลายเป็นหนังต่อสู้ทะเลทรายต่างๆ ทำเป็นเปลี่ยนโลเคชั่นต่างๆ (22%) มาภาคสี่ อลิ ลาร์เตอร์ (จากซีรีส์ Heroes และ Final Destination 1-2) กลับมาร่วมผจญภัยในฐานะ แคลร์ เรดฟิลด์อีกครั้ง และขอต้อนรับ เวนเวิร์ธ มิลเลอร์ พระเอก Prison Break มาร่วมต่อสู้เชิ้บๆ กันในฐานะ คริส เรดฟิลด์อีกคน เอาล่ะ ดูเข้าท่าเพราะมีดาราตั้งสามคน!

ชอบ

ยากมาก...
เอาเป็นว่า...
ก็ถือว่าได้ดูละกัน...
พล็อตก็พอทำให้หายคิดถึงได้บ้าง...
แต่รู้สึกว่ามันไม่ค่อย...
Resident Evil เลยนะ...

...เอาล่ะ นึกออกแล้ว.. มีมุขตลกประมาณ 1 มุขที่ทำให้ขำได้ และมีฉากประมาณ 1 ฉากที่ทำให้ตื่นเต้นได้นิดหน่อย

ไม่ชอบ

ดูรู้ว่าช่างเป็นหนังที่อยากให้คนดูดูแบบสามมิติเหลือเกิน! เหลือเกิน! จนกระทั่งว่าทอดทิ้งคนดูสองมิติอย่างเราไปเลย หนังเต็มไปด้วยฉากโพสท์ท่าโยนปืนกระโดดโหนหลังอย่างสโลว์โมชั่นเพื่อโชว์นูน ของต่างๆ ก็เขวี้ยงใส่กล้องกันเข้าไป เอ้า เฮ้ สนุกสนาน ปาข้าวของใส่กล้องกันเถอะพวกเรา จะได้สมกับเป็นหนังสามมิติ
อย่างที่บอกว่าสโลว์โมชั่นกันเข้าไป รวมไปถึงมีฉาก Bullet Time (แบบในเมทริกซ์) ที่ทำกันจนเฝือ ก็ยังจะใช้อยู่
แทบทุกคนในหนังจะต้องพูดกันด้วยเสียงในลำคอ โดยเฉพาะเวนเวิร์ธ (คริส) ที่พูดด้วยเสียงในลำคอตลอดเวลา ย้ำว่า ตลอดเวลา เท่จ้ะเท่! (มาคราวนี้ก็มาเล่นบทที่ทำให้ไพล่นึกไปถึงไมเคิล สกอร์ฟิลด์ ใน Prison Break อีก)
ถึงเป็นหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมแต่ก็มาตายตกตรงไอ้ระเบิดที่ไม่เนียน "ราวกับหนังเกรด B" (อ้างจากปากคำของคนในทวิตเตอร์)
หลังจากนี้อาจสปอยล์นิดหน่อย (ไม่มาก)
เจ้าตัวร้ายที่เอามาโปรโมทหน้าโรงหนัง (ที่ถือขวานใหญ่ๆ ดูโหดๆ) ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ ทั้งสิ้น ตอนแรกนึกว่าคงจะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่อัพพลังขั้นสุดยอด มีเล่าความเป็นมานิดนึง นี่แบบ.. โน นัน whatsoever
ตัวประกอบที่ใส่เข้ามาเพื่อใช้เป็นเบี้ยที่ถูกดีดทิ้งอย่างไม่ใยดี ยังไม่มีเวลาจะได้รู้จักกันก็... ไปซะแล้ว

เกรด

แม้ในฐานะหนังแอ๊คชั่นไม่หวังเรื่องราว ก็ยังไม่คุ้มค่าอยู่ดี
** จริงๆ จะให้ D อยู่แล้ว แต่อ๊ะ.. พอเทียบกับหลายๆ เรื่อง ก็ C- ก็ได้วะ **

หมายเหตุ: เราดูแบบ 2D ดังนั้น คนที่ดูแบบ 3D อาจจะชอบในความตื่นตระการตาก็ได้

ขออภัยถ้าความคิดเห็นไม่ตรงกับคนอื่นๆ