B

Cloud Atlas

posted on 26 Nov 2012 00:14 by champcpe in B directory Entertainment, Lifestyle
 
Cloud Atlas 
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
คลาวด์ แอทลาส เป็นหนังท่ายากที่ดัดแปลงมาจากนิยายเดียวกัน กิมมิคของนิยายคือเป็นเรื่องหกเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างกัน ตั้งแต่อดีต ยุคค้าทาส ไปจนอนาคตที่ทุกอย่างล่มสลายและอาริยธรรมใหม่เกิดขึ้นมาแล้ว โดยในนิยาย นักเขียนเล่าเรื่องตามลำดับ 1 2 3 4 5 6 5 4 3 2 1 นั่นคือซ้อนตั้งแต่อดีตไปจนถึงอนาคต แล้วเล่าย้อนกลับมาอดีตอีกที 
 
หนังยากๆ ก็ต้องอยู่ในมือผู้กำกับเจ๋งๆ ซึ่งหนังก็ได้คู่พี่น้องที่ทำ the matrix ซึ่งแท็กทีมกับผู้กำกับ Run lola run (หนังวิ่งหนีตายแบบมาริโอที่ดูสนุกมาก) มากำกับ โดยมีการสับวางเรื่องไม่เล่าแบบซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แต่เล่าพร้อมกันตัดสลับไปสลับมาไปเลย โดยใช้นักแสดงชุดเดียวกันในทั้ง 6 เรื่อง นั่นหมายความว่า นักแสดงคนหนึ่งจะต้องรับบทเป็นตัวละคร 6 ตัว (ซึ่งก็เป็นตัวหลักบ้าง ตัวประกอบบ้าง สลับกันไป แต่ที่เด่นๆ เป็นตัวหลักแทบตลอดคือ ทอม แฮงคส์ กับ ฮัลลี แบร์รี่)
 
ชอบ
นี่เป็นหนังท่ายาก ซึ่งมองแค่โจทย์ ก็น่าสนุกแล้วว่าจะทำหนังออกมาให้ไม่เชี่ยได้ยังไง ซึ่งถามว่าหนังเชี่ยไหม ไม่เลย ไม่เชี่ยเลย ดูแล้วเพลิน
เนื่องจากมีตั้งหกเรื่องให้เลือกสรร ดังนั้นค่อนข้างจะเชื่อได้ว่าจะต้องมีเรื่องไหนที่จับใจผู้ชมแต่ละคนเป็นพิเศษแน่ๆ และจะต้องมีตัวละครบางตัวที่เป็นตัวละครโปรด แบบ อยากลุ้นให้ขึ้นจอบ่อยๆ แน่ๆ
ชอบความเชื่อมโยงของซับพล็อตแต่ละอันที่มีการข้ามเกี่ยวกันไปมา ข้ามน้อยบ้าง ข้ามมากบ้าง ทำให้สามชั่วโมงดูไม่เบื่อเลย เพราะต้องสังเกตนั่นนี่อยู่ตลอด
และหนังตัดฉับไวด้วย ทำให้ไม่จมอยู่กับเรื่องหนึ่งนานเกินไป เรื่องนี้แผ่ว ก็มีเรื่องนั้นเข้ามาตื่นเต้นแทน ไปเรื่อยๆ (ซึ่งดูแล้วเหมือนดูซีรีส์อย่าง lost ที่เล่าหลายๆ เรื่องไปพร้อมๆ กัน)
เพลงเพราะดี
 
ไม่ชอบ
เพราะเล่นท่ายาก มันเลยไม่มีความสำเร็จในเชิงอารมณ์เท่าไหร่ (อย่างน้อยก็สำหรับเรานะ) เพราะพอจะซึ้งกับเรื่องนึง ก็ตัดข้ามไปอีกแล้ว
บางทีพอจะซึ้งๆ จะอินๆ ปั๊บ ก็ต้องถูกรบกวนด้วยตัวละครที่ใช้นักแสดงเดิม แต่เพิ่งโผล่มาในไทม์ไลน์นี้ ว่า อ้อ โผล่มาแล้ว ที่จะอินเลยกลายเป็นไม่อินไปซะ
ถึงแม้ว่าจะเห็นความพยายามเยอะมากในการทำเมคอัพเปลี่ยนสัญชาติ ให้ดาราเกาหลีกลายเป็นฝรั่ง ให้ดาราฝรั่งกลายเป็นเอเชีย ให้ดาราผิวดำกลายเป็นผิวขาวฯลฯ แต่ทั้งหมดมันก็ยังรู้สึกขัดๆ อยู่ดี จึงทำให้อารมณ์ไม่ถึงเท่าที่ควร (ย้ำว่า สำหรับเรา)
 
สรุปว่า หนังเรื่องนี้ คนดูจะชอบหรือไม่ชอบ ขึ้นอยู่กับว่า คุณให้น้ำหนักกับท่ายากแค่ไหน ถ้าผู้กำกับตัดสินใจจะเล่นท่ายาก คุณจะยอมหยวนๆ ในเรื่องอื่นหรือเปล่า แต่สำหรับเรา คิดว่านี่เป็นหนังที่ดูเพลินในกราฟิก และเทคนิค และความเชื่อมโยง ไม่น่าเบื่ออย่างที่กลัว
 
 
เกรด

 

Brave

posted on 30 Jul 2012 23:20 by champcpe in B directory Entertainment, Lifestyle
Brave
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
เมอริด้าเป็นเจ้าหญิงสก็อต อาศัยอยู่กับพ่อราชาขาไม้ของเธอ กับแม่ผู้แสนเฮี้ยบระเบียบจัด เมื่ออายุสมควรแก่วัยเจริญพันธ์ แม่ของเธอก็จัดแจงให้สามลูกชายกษัตริย์เดินทางมาเพื่อประลองชิงใจเธอ หากแต่เมอริด้ารู้สึกขัดข้องหมองใจทำไมชั้นต้องมีคู่ครองด้วยยะแม่ ทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างใหญ่โตลุกลาม เมอริด้าจึงควบม้าคู่ใจออกจากเมืองไปเพียงเพื่อพานพบกับหญิงชราแก่คนหนึ่ง ซึ่งคือแม่มด เธอจึงขอพรที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองไม่ให้ต้องมาขัดใจอยู่อย่างนี้ หากแต่... (ทะแด่น ทะแด่น หลังจากนี้เทรลเลอร์ไม่เล่า เราก็เล่าไม่ได้แล้วล่ะ)
 
ชอบ
เราชอบหนังแถมมากเลยนะ ซึ่งคือ La Luna (จริงๆ มันจะฉายปะหัวเรื่องอื่นนานแล้ว แต่เหมือนโดน Toy Story แปะแทนไป เลยต้องเลื่อนมาแปะเรื่องนี้) เป็นเรื่องของเด็กชาย ลุงสองคน กับภารกิจบนดวงจันทร์ น่ารักมาก ภาพสวยมาก และมีนู่นนี่ซ่อนอยู่เป็นอณูความคิวท์เต็มไปหมด
เราว่าตัวหนังเองสนุกดี มุขที่ใส่มาก็ขำทั้งสิ้น ภาพก็สวยดี
 
ไม่ชอบ
แต่ที่ว่ามาทุกอย่าง คือสนุกดี มุขขำ ภาพสวย นี่เราว่ามันก็ดีในระดับ อืมม ดี ไปดูสิ ดี เฉยๆ แต่ไม่ดีในระดับว่า เฮ้ย ต้องไปดูให้ได้นะหนังเรื่องนี้จะเปลี่ยนชีวิตนาย เหมือนที่พิกซาร์ก่อนๆ เคยทำได้
เราว่าจุดพลิกผันของเรื่องทำให้นึกถึงหนังการ์ตูนบางเรื่อง (ถ้าบอกไปละก็จะเดาได้แน่)
รวมทั้งเรื่องแล้ว รู้สึกว่าขาดในสิ่งที่ pixar มีมาโดยตลอด คือความ original ตามที่รู้มาคือหนังเรื่องนี้ประสบปัญหาเยอะแยะตาแป๊ะไก่ มีผู้กำกับถูกถอด อะไรงี้ ก็เห็นหลักฐานอยู่บ้างเหมือนกัน 

สรุปว่าเป็นหนังที่พิกซาร์ฟอร์มตกลงมา (หลังจากไปพีคสุดๆ ใน Toy Story 3 แล้วลงมาถึงจุดต่ำสุดใน Cars 2) แต่ยังไงเรื่องนี้ก็ดีกว่า Cars เยอะ (นั่นห่วยแบบไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เสียใจ) ดังนั้นคนที่ไปดูก็จะไม่ผิดหวังอะไรแน่นอน 

 

เกรด

 

รักเจ็ดปี ดีเจ็ดหน

posted on 27 Jul 2012 22:50 by champcpe in B directory Entertainment, Lifestyle
รักเจ็ดปี ดีเจ็ดหน
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
หนังเฉลิมฉลองทุกสิ่งอันเนื่องในโอกาสที่จีทีเอชทำหนังมาครบเจ็ดปีพอดิบพอดี หนังแบ่งเป็นสามเรื่องอย่างที่เราทราบๆ กัน เรื่องแรกเป็นเรื่องชื่อว่า 14 ซึ่งเกี่ยวกับคู่รักที่ฝ่ายชายบ้าการออนไลน์มาก จะทำบ้าอะไรก็ต้องถ่ายคลิป ถ่ายคลิป กดแชร์ให้คนมากดไลก์ อัพยูทูปทุกอย่าง จนฝ่ายหญิงเบื่อ เรื่องสองชื่อ 21/28 เกี่ยวกับคริสกับซันนี่ที่เคยเล่นหนังโด่งดังรักใคร่กันมาก่อน แต่ก็ต้องเลิกรากันด้วยอุบัติบางอย่าง คริสเธอยังรักที่จะแสดงหนังอยู่แต่ก็ได้แต่บทรองๆ แล้ว เลยมีความหวังอยากจะกลับมาแสดงหนังภาคต่อของเรื่องที่ทำให้เธอดังอีกครั้ง เลยต้องมาชวนซันนี่ให้กลับมาเล่น ซึ่งก็ยาก เพราะเลิกกันแล้ว โกรธกันอยู่ ซันนี่อ้วนเผละแล้ว ต่างๆ เรื่องสามชื่อ 42.195 นี่คือเรื่องที่สู่ขวัญกับนิชคุณเล่น (แถมโอปอลเข้าไปด้วย) สู่ขวัญเป็นผู้หญิงสี่สิบที่ประสบกับเหตุบางอย่างที่ทำให้ชีวิตเธอแย่ จนเธอได้มาพบชีวิตใหม่ในลู่วิ่งผ่านการแนะนำของนักวิ่งหล่อๆ หนุ่มๆ อย่างนิชคุณ
 
ชอบ
เรื่องที่สามนี่สุดยอดแห่งความดีแล้ว คือดูไปก็รู้สึกถึงความดีที่เขม็งเกลียวเข้ามาตลอดเวลา ทั้งเสียงพากย์แบบเชยนิดๆ ที่หลายคนคงชอบเหมือนกัน ทั้งสู่ขวัญที่โคตรจะมีบารมี ทั้งเส้นเรื่องที่โคตรจะแบบ..​อืม ทำได้ไงวะเนี่ย ดีอะ สรุปว่าเรื่องสามดีมากๆ (นี่ให้ความเห็นแบบไม่มีสาระอะไร เพราะว่านี่ไม่ใช่บล็อกที่วิชาการอะไร)
โอปอล โผล่มานิดเดียวแต่ถูกจังหวะมากๆ
เราชอบนักแสดงในเรื่องนี้ทุกคนเลย (ซึ่งนี่ก็น่าจะปกติสำหรับคนตามหนัง GTH มาตลอดอยู่แล้ว)
คามีโอจากดาราต่างๆ มากมาย เหมือนเกมจับที่ผิด
 
ไม่ชอบ
เรื่องแรก เรารู้สึกว่าแม้เก้ากับปันปันจะเล่นได้โคตรน่ารัก โคตรจริง และบทมันถูกต้องมาก แต่ทั้งหมดกลับถูกบดบังด้วยความละลานตาทางด้านเทคนิค (เรื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เนต ดังนั้นภาพก็จะซูมเข้าซูมออกกดไลก์ คอมเมนต์โชว์ไหวพริบตลอดเวลา)
เพลงประกอบเรื่องแรก พอเป็นดิจิตอล เพลงก็จะเป็นชิปจูนตลอด ซึ่งโดยส่วนตัว เราว่าน่ารำคาญ
เรื่องที่สอง เราคิดว่าเฉยๆ มากๆ แม้จะชอบซันนี่และคริส แต่หนังมันเล่าแบบสลับแฟลชแบ็กกับปัจจุบันตลอด ซึ่งแฟลชแบ็กก็ไม่ได้เผยไต๋เรื่องราวอะไรมากขนาดนั้นน่ะ ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยจำเป็น แถมบางฉากก็ให้ความรู้สึกเป็นซีจีมากๆ
การแบ่งหนังเป็นสามเรื่อง เราเข้าใจว่าเป็นวิธีทำงานที่ง่ายและจะโชว์ดารา โชว์ผู้กำกับได้มากสุด แต่ถ้าทำบ่อยๆ โดยส่วนตัว ก็คิดว่าค่อนข้างจะน่าเบื่อ โดยส่วนตัว ย้ำ อยากดูหนังยาวๆ มากกว่า
คามีโอจากดาราต่างๆ ซึ่งทำให้หนังไม่ค่อยเป็นหนัง แต่อย่างที่บอก เป็นเกมจับที่ผิดมากกว่า ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรมาก แต่รู้สึกว่ามันก็ดึงความสนใจไปจากตัวเรื่องมากเหมือนกันเนอะ
นิชคุณพูดไม่ชัด ทำให้ต้องอ่านซับไตเติลบ่อยๆ
เรารู้สึกว่าโชว์สินค้าทายอินเยอะไป เช่น มิเนเร่ กสิกรไทย แต่ที่ยี้มาก ไม่รู้ทายอินหรือเปล่า คือพันทิพกับกระปุกในหนังเรื่องแรก 
 
สรุปว่าเราคิดว่าถ้าหนังเรื่องต่อๆ ไป ของ GTH เป็นหนังแบบเรื่องที่สามทั้งหมด จะโคตรเป็นสิ่งที่โต๊โตเลย ดี๊ดี ใช่ว่าเรื่องที่หนึ่งกับสองจะไม่ดี แต่มันก็...ลืมง่ายไปหน่อย เราว่า
 
ปกติจะไม่เขียนถึงหนังไทย เพราะเดี๋ยวคนนั้นคนนี้ก็ด่าว่ามีอคติ แต่นี่ถือเป็นกรณียกเว้น :D
 
เกรด
 
ถ้าโดยละเอียดก็สามเรื่องดังนี้: C, C+, A+
 
 

Kung Fu Panda 2

posted on 28 May 2011 12:36 by champcpe in B
Kung Fu Panda 2
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
 
โป แพนด้าอวบอ้วนนิสัยเหมือนแจ๊ค แบล๊ค กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเหล่านักรบกังฟูอันประกอบไปด้วย (จำชื่อไม่ได้ทั้งสิ้น) เสือ นกกระเรียน ตั๊กแตน งู และลิง คราวนี้พวกเขาต้องต่อกรกับท่านอ๋องนกยูงผู้มีแผนการชั่วร้ายใช้ดอกไม้ไฟและพลุเป็นอาวุธ ระหว่างที่ต่อกรกับเหล่าร้าย โปก็ได้เรียนรู้ (ฮึก ฮึก สะอื้นไห้) อดีตอัน (ฮึก ฮึก สะอื้นไห้) ขมขื่นของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย แง...
 
ชอบ
 
กราฟิกที่สวยบรรเจิดมาก มองแล้วเพลินตาในทุกๆ ฉาก สีสันสวยงาม สถาปัตยกรรมดูดี อนิเมชั่นสองมิติที่แทรกเข้ามาสั้นๆ ก็อาร์ตมาก
มีโมเมนต์ให้ประทับใจได้เป็นหย่อมๆ
ตัวร้ายไม่แบนราบโง่จนเกินไป มีฉากที่ทำให้ อื้ม... ช่างมีความลึกพอสมควรนะเนี่ย (ยืนปรบมือ)
เราว่าสารที่ต้องการสื่อ เรื่อง inner peace (ความสงบภายใน) ดีนะ
 
ไม่ชอบ
 
บางตัวละครไม่รู้จะใส่เข้ามาทำไมเลย ไม่มีประเด็น หรือมาจากไหนก็ไม่รู้ (อาจจะมาจากภาคหนังทีวีที่มีตอนพิเศษฉายไป แต่เรายังไม่ได้ดู)
ตัวละครรองๆ ไม่มีบทบาทเลย อย่างที่บอกว่าจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ
พล็อตรวมๆ เหมือนตอนหนึ่งในซีรีส์ คือ อะ นี่ตัวร้าย อะ นี่วิธีแก้ไข อะ จงไปแก้ go there do that ต่างๆ
เราว่าบางช่วงดำเนินเรื่องเร็วไปหน่อย แต่ก็ไม่มาก
 
เกรด
 
 

Thor

posted on 07 May 2011 15:08 by champcpe in B
 
Thor
 
เรื่องย่อตามที่เข้าใจ
 
ธอร์เป็นบุตรของโอดิน ทวยเทพแห่งดินแดนแอสการ์ด มีน้องชายคือโลกิ โอดินตั้งใจจะแต่งตั้งให้ธอร์เป็นราชาแห่งแอสการ์ดคนต่อไป แต่ด้วยนิสัยมุทะลุดุดันทำให้ธอร์ทำผิดร้ายแรงบางประการ แทนที่จะได้แต่งตั้ง จึงถูกเนรเทศมาอยู่บนโลกมนุษย์ พร้อมริบพลังพิเศษทั้งหมดแทน ที่โลกมนุษย์ ธอร์ได้พบกับสาวนักวิทยาศาสตร์ และบังเกิดความรักมากมีต่างๆ ต่อกัน ในขณะเดียวกันที่แอสการ์ดเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อโลกิพยายามกุมอำนาจราชบังลังก์ไว้เอง ธอร์จะพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ เขากับสาวนักวิทย์จะลงเอยสวยงามหรือไม่ หน่วยชิลด์ที่เป็นศูนย์กลางแห่งอเวนเจอร์จะปรากฏตัวกี่ครั้ง อย่างไร ฯลฯ
 
ชอบ
 
เป็นหนังที่ดูง่ายๆ เพลินๆ ดี
จริงๆ ในหน่วยอเวนเจอร์เนี่ย เราว่า Thor เป็นตัวที่เป็น trickiest one นั่นคือ ทำยังไงให้ออกมาไม่เห่ย ไม่เชย เพราะดูเนื้อเรื่องมันไม่ฟิตเข้ากับโลกเราปัจจุบันเอาเสียเลย แต่ว่าหนังก็ทำออกมาได้กล้อมแกล้ม ไม่ลิเก
กราฟิกต่างๆ สวยงาม ตามยุคสมัย
มีการเผยนู่นนี่นิดหน่อย element ต่างๆ ที่จะประกอบกันเป็นหน่วยอเวนเจอร์ในที่สุด ตามสไตล์มาร์เวล
มีเพื่อนผู้หญิงที่ไปดูธอร์ถึงสามครั้งเพื่อดูหุ่นอันโอฬารตระการตาของคริส เฮมสเวิร์ธ 555
 
ไม่ชอบ
 
รู้สึกได้ว่ายัง "อั้น" เอาไว้เพื่อปล่อยของกินยาวๆ ในอเวนเจอร์ ในกัปตันเมกา ในต่างๆ อยู่
 
เกรด
 
 
 
ปล. ไม่ได้ดูหนังนานมาก! (ก่อนหน้านี้ดูลัดดาแลนด์แล้ว ขี้เกียจรีวิวละเอียดเพราะคนชอบเยอะ เดี๋ยวจะมาโน่นนี่กันอีก แต่ถ้ารีวิวเองคงให้ประมาณ B-)