Countdown

posted on 20 Dec 2012 01:43 by champcpe  in B-
Countdown
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
เด็กนักเรียนนอก (นิวยอร์ก) เหลวแหลกสามคนฉลองเคานท์ดาวน์วันสิ้นปี ด้วยการสั่งปุ๊นมาดูด ปรากฏว่าคนขายปุ๊นมากดกริ่งประตูหน้าบ้านเป็น... โรคจิต(?) ซึ่งเหตุการณ์นี้จะทำให้พวกเขาทั้งสามไม่ลืมไปตลอดกาล (โอ้ย เขียนเรื่องย่อได้แบบ... คลุมเครือมาก เอาใหม่)
 
เด็กนักเรียนนอกเหลวแหลวสามคนฉลองเคานท์ดาวน์วันสิ้นปี ด้วยการสั่งปุ๊นมาดูด ปรากฏว่าคนขายปุ๊นไม่ใช่คนขายปุ๊นธรรมดา แต่เป็นคนขายปุ๊นค่อนข้างโรคจิต ก็เชื้อเชิญกันเข้ามาปาร์ตี้ในบ้าน ตอนแรกก็ฮาๆ ขำๆ แต่เหตุการณ์และคำพูดก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นทำร้ายกัน โหดกัน และหนังก็มาเฉลยว่าตอนจบคนขายปุ๊นคือ... ซึ่งมา....เพื่อ.....
(จงเติมคำในช่องว่างเอาเอง)
 
ชอบ
นี่เป็นผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่ของ GTH ซึ่งแบบ..อืม มาตรฐานดีเชียว
การตัดต่อต่างๆ ชอบ บทก็ดูฉึบฉับ และสมจริงดี 
เต้ย น่ารักมาก
คุณเดวิดที่เล่นเป็นฝรั่งค้าปุ๊นก็สมจริงมาก
พีช เสมอตัว
เป็นหนัง GTH แบบที่ไม่ฟีลกู้ดแล้ว (แม้จะมาฟีลกู้ดนิดหน่อยตอนจบก็ตาม)
 
ไม่ชอบ
พีค ไม่เด่นเลย ดับ -..-
บทเนี่ย ดูในหนังก็ดีอยู่ แต่พอออกมาคิดๆ ก็ดูไม่สมเหตุสมผลเลย มีคำถามว่า แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น เต็มไปหมด
ข้อคิดซึ่งสำหรับเราคือดูยัดเข้ามาเกินไป (แต่คนชอบก็มี ซึ่งก็คงแล้วแต่คน สำหรับเรา ไม่ชอบ)
ถ้าตั้งความหวังไว้มาก ก็จะผิดหวังมาก จงไปดูแบบไม่หวังอะไรเลย จะดี
 
 
ถามว่าหนังโหดมั้ย ก็โหด เมื่อเทียบกับมาตรฐานหนังไทย (โดยเฉพาะเทียบกับนักแสดงหน้าใสที่เคยเล่นแต่หนังน่ารักน่าชังสร้างฝันต่างๆ ก็พลิกบทบาทกัน) แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานฝรั่งนี่เรียกว่าไม่โหดเลย คิวแอ๊คชั่นเหมือนหนังบู๊สักเรื่องนึงมากกว่า
 
เกรด

Wreck It Ralph

posted on 11 Dec 2012 23:49 by champcpe  in A-
Wreck It Ralph
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
ราล์ฟเป็นตัวร้ายในเกม (บทบาทคล้ายๆ เกมคิงคอง) ซึ่งเบื่อกับการเป็นตัวร้ายเต็มที เลยอยากเป็นตัวดีฮีโร่กะเค้าบ้าง จะได้มีคนมาชื่นชมต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น ทำให้ราล์ฟคิดว่า การจะเป็นตัวดีต้องมีเหรียญทองฮีโร่มาประดับ เขาเลยออกไปหาเหรียญทองในเกมอื่น หนีออกไปจากเกมตัวเอง เหตุการณ์พันพัวให้เขาไปเจอกับฮีโร่สาวในเกมฮีโร่ดิวตี้ (ล้อเลียน call of duty มั้ง) และไปเจอกับเจ้าเด็กแก่น (แสดงในภาพ) ในเกมชูก้ารัช (เกมแข่งรถที่คล้ายๆ mario cart) จนเขาได้เรียนรู้ในที่สุดว่าการให้คนอื่นมายกย่องไม่สำคัญ แต่การเป็นตัวเองต่างหากที่สำคัญ ฮือ ซึ้ง
 
ชอบ
เช้ด นี่เป็นอีกก้าวที่ดิสนีย์เข้าใกล้หรือก้าวข้ามพิกซาร์ไปแล้ว คือพิกซาร์เขาจะมีข้อจำกัดของตัวเองบางอย่างอย่างเช่นจะไม่เล่นกับป๊อปคัลเจอร์ขนาดนั้น (ซึ่งดรีมเวิร์กเล่นเต็มที่) พอเป็นดิสนีย์ทำ มันไม่มีข้อจำกัดว่าต้องทำให้เป็นแฟรี่เทล เป็นคลาสสิกขนาดพิกซาร์ หนังเลยออกมาดูสนุกมาก มุขเยอะสุดๆ
ตัวเอกที่น่ารักทุกตัว เป็นหนังเรื่องที่ทำออกมาแล้วอยากซื้อของเล่นเลยแหละ
เราไปดูแบบ 3 มิติ มา ซึ่งเป็นการทำสามมิติที่ควรทำแล้ว ดีแล้ว ประเสริฐแล้ว
กราฟิกเจ๋ง 
เนื้อเรื่องที่แฝงข้อคิด - จริงๆ ก็ไม่แฝงแหละเพราะบอกกันโต้งๆ เลย แต่เป็นข้อคิดที่ดี และไม่เด็กจ๋า
โบนัสสำหรับแฟนบอยเกมต่างๆ จะต้องรอดูหลายรอบแน่ๆ เพราะตัวละครคลาสสิกในเกมแปดบิตสิบหกบิตออกมาเต็มไปหมด รวมไปถึงไอเท่มคลาสสิกหลายๆ อย่าง ที่ดูกันจนเพลินตา มัวแต่มองหาว่ามีตัวที่ตัวเองชอบหรือเปล่า
 
ไม่ชอบ
แม้จะโฆษณาว่ามีหลายเกม แต่จริงๆ แล้วราล์ฟก็พันพัวกับเกมแค่ 3 เกมหลักเท่านั้น ทำให้บางคนอาจรู้สึกไม่เต็มอิ่ม นึกว่าจะไปทุกเกมไรงี้ ซึ่งตรงนี้คนที่ดู Cabin in the Woods จะรู้สึกอิ่มเอมกว่ามาก เข้าใจว่าเก็บไว้เล่นภาคสอง
ตอนจบที่ลั้ลลา โอเคจบ ทุกอย่างง่าย และจบ ไปหน่อย (แม้จะมีเหตุผลรองรับมากพอสมควร)
 
* หมายเหตุ เพลงจบมีเพลงของ AKB48 ด้วยนะ *
 
เกรด
นั่นคือชอบมาก จะไปดูอีก เมื่อเข้าโรงจริงๆ
 
Paperman 
 
Paperman เป็นหนังสั้นปะหัวของ Wreck-it-Ralph ซึ่งเดี่ยวนี้อนิเมชั่นทุกเรื่องต้องมี นัยว่าทำเพื่อชิงออสการ์ส่วนนึงด้วย เป็นหนังสั้นที่ทำออกมาได้แจ๋วมาก ขั้นตอนการทำก็แจ๋วแล้ว คือเขาขึ้นโครงสามมิติจริงๆ ก่อน ขยับโมเดลสามมิติจริงๆ แต่ว่าให้อาร์ตติสสองมิติมาลอกเส้นจากเฟรมสามมิติอีกที ทำให้ได้ฟีลแบบเส้น 2 มิติ แต่เป็นความแม่นยำและมิติที่ผาดโผนแบบสามมิติ
 
ตัวเรื่องเองก็แจ๋วมาก เป็นเรื่องการพบพานและแยกจากของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่เกิดถูกชะตากัน จนทำให้ชายหนุ่มต้องใช้เครื่องบินกระดาษเป็นพาหนะสื่อใจ (พูดออกมาได้ พาหนะสื่อใจ 555 แหวะ) 
 
เพลงประกอบดี และทุกอย่างดีไปหมด ชอบมาก
 
เกรด 
 
สรุปว่าไปดูซะทั้งคู่ คุ้มค่าตั๋วมากๆ

ยอดมนุษย์เงินเดือน

posted on 05 Dec 2012 23:39 by champcpe  in B-
ยอดมนุษย์เงินเดือน
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
ในออฟฟิศแห่งหนึ่ง ผู้บริหารฟันธงมาว่าถ้าไม่ลอนช์โปรดักต์ใหม่ภายในสามเดือน จะอดโบนัสอย่างแน่นอน หัวหน้าแผนก (พี่ติ๊ก) จึงต้องรวมทีมมาไฟต์เพื่อให้ลอนช์โปรดักต์นี้ให้ได้ โดยมีซับพล็อตอย่าง เด็กฝึกงานที่ไม่ผ่านโปรมาหลายที่แล้ว (เต๋า) ที่ไปแอบรักสาวฮ่องกง, หัวหน้าแก๊งเพื่อนสาวที่กำลังตัดสินใจจะลาออกแต่ก็ห่วงเบื้องหลัง, รองผู้จัดการที่รักออฟฟิศแต่ไม่มีใครรัก, เด็กฝึกงานที่เข้ามาเพราะถูกแม่บังคับให้มาทั้งๆ ที่อยากเป็นนักเขียน และอื่นๆ สรุปคือรวม stereotype ต่างๆ ของคนในออฟฟิศเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด อย่างน้อยมึงก็ต้องอินซักตัวแหละน่า
 
ชอบ
บทที่ค่อนข้างสร้างมาเพื่อให้คนดูรู้สึกว่า เฮ้ย ไอ้คนเขียนบทนี่มันเข้าใจมนุษย์ออฟฟิศอย่างกูดีจริงๆ
บางฉากบางตอนที่ดูสมจริงมากๆ อย่างฉากโทรหาแม่ที่บ้านนอกของเต๋า ดีมาก
การแสดงของตัวละครหลักที่ดี
ขำ
น้ำหนักที่ให้กับเรื่องหลักและซับพล็อตที่อืม กำลังตัดไปตัดมากำลังดีเลย มีอะไรให้ติดตามตลอด
 
ไม่ชอบ
บทของแต่ละตัวดูเป็น Stereotype มากๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็ดูจริงแหละ แต่มันดูเหมือน อะ เจ้านี่เป็นหัวหน้าที่บ้างานไป ก็ซีเรียสกับซะทุกอย่างเลย เจ้านี่เป็นคนช่างฝัน ก็ช่างฝันไปซะตลอดเลย เหมือนเอามุขทุกอย่างมารวมกันที่คนคนเดียว เหมือนกำหนดแบบแปะป้ายไว้ ดูไม่เป็นคนจริงเท่าไหร่
บางฉากที่เลี่ยนเกินไป บทบางบรรทัดเหมือนเอามาจากคำคมบนอินเทอร์เนต
ฉากจบที่ถึงฝั่งฝันกันจนเกินไป เข้าใจว่าหนังแฮปปี้แหละ แต่ก็นะ
พล็อตหนังมันเป็นแบบ เรียบ ไคลแม๊กซ์ เรียบ ไคลแม๊กซ์ เรียบ ไคลแม๊กซ์ เรียบ ไคลแม๊กซ์ จนไม่รู้ว่าที่ดูอยู่นี่ใกล้จบหรือยัง ไคลแม๊กซ์ใหญ่หรือเล็กกันแน่
การแสดงของตัวละครรองบางตัว ที่เล่นเอาจนรู้สึกว่าอืม กำลังดูคนแสดงอยู่นะ กำลังพูดบทบรรทัดนี้อยู่นะ เลยทีเดียว (ถ้าให้พูดลงไป ก็คือผู้หญิงที่รับบทเป็นแฟนพี่ติ๊ก ที่เล่นได้แข็งมาก)
 
สรุปว่าสนุกดี แต่สูตร แต่สนุกดี
 
เกรด

 
 
 
 
 

The Impossible

posted on 02 Dec 2012 12:23 by champcpe  in Bplus

 
The Impossible
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
สร้างจากเรื่องจริงที่ทซึนามิถล่มไทยเมื่อปี  2004 แต่โฟกัสไปที่ครอบครัวฝรั่งนักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งซึ่งโดนทซึนามิซัดจนแยกจากกันเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นแม่กับลูกชาย อีกส่วนเป็นพ่อกับลูกชายอีกสองคน อันนี้ไม่สปอยล์เพราะเป็นเรื่องจริงและเทรลเลอร์บอกไว้แล้วว่าสุดท้ายครอบครัวทั้งหมดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างปาฏิหาริย์ (ซึ่งเอาเข้าจริงๆ น่าจะบอกว่า ปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครตาย แต่ไม่ปาฏิหาริย์ที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เพราะคนก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเยอะแยะ ขอแค่ไม่ตายเท่านั้นเอง)
 
ชอบ
มันอารมณ์ถึงมาก คือฉายภาพให้เห็นความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก ความสับสนวุ่นวาย ความสิ้นหวัง ได้ดีมาก
เรารู้สึกว่าดูแล้วทั้งนาโอมิ วัตตส์ ทั้งยวน แมคเกรเกอร์ ที่รับบทพ่อและแม่ของครอบครัวนี้ เข้าถึงความสิ้นหวังความสูญเสียมากๆ โดยเฉพาะฉากที่ยวนร้องไห้ (อันนี้ก็ไม่สปอยล์อีกเหมือนกัน)
เอฟเฟกต์น้ำท่วมต่างๆ ทำได้ดีมาก แยกไม่ออกว่าฉากในเป็นการสร้างฉากขึ้นมา ฉากไหนเป็นซีจี มันดูเนียนไปหมด
ฉายภาพเมืองไทยออกมาในแง่ดี ซึ่งก็ดีแล้ว
 
ไม่ชอบ
เรารู้สึกว่าหนังบีบเค้นอารมณ์คนดูมากเกินไป ความรุนแรงมีวิธีสื่อสารอย่างอื่นๆ ตั้งเยอะ แน่ละ นี่เป็นความจริงที่โหดร้าย และคนที่ไม่ได้ลงพื้นที่ก็ไม่อาจเข้าไปตัดสินได้ แต่เรารู้สึกว่าหนังก็ยังหนักมือตรงนี้ไปอยู่ดี มันไม่จำเป็นที่จะต้องฉายให้เห็นภาพแผล ภาพศพ มากขนาดนั้น มันควรจะมีวิธีสื่อสารอย่างอื่น
หนังหนักมือกับตรงสร้างอารมณ์ให้คนรู้สึกแย่ สูญเสีย แต่ไม่ช่วยชดเชยตอนจบ ซึ่งควรจะชดเชยด้วยความหวัง ความรัก ให้คนดูกลับมามีสติที่โอเค ไม่ต้องฟีลกู้ดก็ได้ แต่เวลาดูจบแล้วหดหู่ก็ไม่ควรเหมือนกัน
 

 

Rise of the Guardians

posted on 30 Nov 2012 23:18 by champcpe  in B-
 
Rise of the Guardians
 
พล็อตตามที่เข้าใจ
แจ๊ค ฟรอส เป็นเทพหนุ่มที่มีพลังในการบังคับหิมะ เขาถูกเทพอื่นๆ อีกสี่ตน คือ ซานต้าคลอส อีสเตอร์บันนี่ แซนด์แมน (มีหน้าที่สร้างฝันสวยงามให้เด็ก) และ ทูธ แฟรี่ (นางฟ้าที่เก็บฟันน้ำนมเด็ก) เรียกมาเข้าร่วมให้เป็นผู้พิทักษ์ด้วย เพราะว่าความฝันของเด็กๆ กำลังถูกรุกรานด้วยตัวร้ายที่ชื่อว่าพิธ แบล็ค ตอนแรกแจ๊คก็อิดออดต่างๆ ไมเ่ห็นอยากเข้าร่วมเลย เอาท์ไซเดอร์ต่างๆ แต่สักพักก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเข้าร่วม เพื่อทวงคืนความฝันของเด็ก ต่างๆ typical ต่างๆ
 
ชอบ
ภาพที่อยู่ในระดับโคตรสวย ทุกอย่างเป็น Particle เป็นเกล็ด เป็นผง ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ สวยมากๆ ยิ่งดูแบบสามมิติ ยิ่งสวยจัดๆ ชอบมาก สร้างเสริมจินตนาการมาก
ตัวละครที่ค่อนข้างมีเสน่ห์ และมุขเล็กๆ แบบไม่พยายามตั้งใจเล่นมากเกินไป ทำให้หนังออกมากำลังดี
เล่าเรื่องฉับไว ไม่ยืดเยื้อ 
ตอนแรกกลัวว่าตัวละครพวกนี้เป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย (ไม่เหมือนเด็กฝรั่งที่จะรู้จักดีทุกตัว) จะทำให้ไม่อิน แต่พอดูๆ ไปก็รู้สึกอินใช้ได้
ตัวละครประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ก็น่ารักน่าชัง น่าทำออกมาเป็นของเล่นขาย
รู้สึกถึงความรักในการทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา รู้สึกถึงความตั้งใจ
 
ไม่ชอบ
เนื้อเรื่องธรรมดามาก เป็นเรื่องการเชื่อในความฝัน ซึ่งธรรมดา เป็นการฉายซ้ำ ผลิตซ้ำ ไม่มีอะไรแปลกใหม่
อีกส่วนก็เป็นเรื่องของฮีโร่แบบเอาท์ไซเดอร์ ไม่ได้รวมกลุ่มนะ เดี๋ยวไม่คูลไม่เท่ แต่สักพักก็ค้นพบความหมายของชีวิตนะ อะไรทำนองนี้ ซึ่งธรรมดาอีก
เสียดายที่ถ้ามีกราฟิกแบบนี้ มีตัวละครแบบนี้ เรื่องน่าจะไปได้ไกลกว่านี้
 
เกรด
 
แต่ถ้าพาเด็กๆ ไปดู เชื่อว่าเด็กจะชอบแน่นอน