American Reunion
พล็อตตามที่เข้าใจ
แก๊งพวกบ้าจาก American Pie เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต่างคนต่างมีปัญหาชีวิต บ้างความรักจืดจางกับแฟน บ้างรู้สึกว่าแฟนไม่ตอบโจทย์ชีวิตของตัวเอง บ้างไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่พวกเขาก็พร้อมใจกันมารำลึกความหลังครั้งยังเยาว์ในงานเลี้ยงรุ่น หลังจากผ่านไปสิบกว่าปี
ชอบ
ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก นี่จะเป็นหนังที่ตลกดี ชิลๆ ขำๆ ไม่ต้องคิดเยอะ คิดเยอะทำไมให้เครียด
ขำดี (ซ้ำ)
ขำดี (ซ้ำอีก)
ถ้าชอบดูหนังที่มีตัวละครทำอะไรห่ามๆ จะชอบ
ทำให้รำลึกความหลังว่าสมัยนั้นเราทำอะไรอยู่นะ (สำหรับคนที่ทันภาคแรก)
การที่รวบรวมตัวละครเก่าๆ กลับมาได้เกือบทั้งหมด
ถ้านี่เป็นภาคปิดจริงๆ ของหนังตระกูล American แล้ว จะถือว่าโอเค
ไม่ชอบ
แก้ปัญหาให้แต่ละตัวละครได้ง่าย และสูตรมาก
เหมือนงานเลี้ยงรุ่น ที่ตอนอยู่ในงานก็อาจจะสนุกดี แต่จบแล้ว หลายครั้ง ก็จบกัน
การรวบรวมตัวละครเก่าๆ กลับมาได้เกือบทั้งหมด ทำให้ตัวละครบางตัว บางฉาก มีเพื่อให้แค่ตัวละครนั้นปรากฏตัวเฉยๆ อย่างไม่ส่งผลอะไรเลยต่อเนื้อเรื่อง
เกรด
สำหรับแฟนหนังตระกูลนี้
ส่วนคนที่ไม่เคยดูมาก่อน ให้ลดเหลือ C พอ
From Up on Poppy Hill
พล็อตตามที่เข้าใจ
นี่เป็นการ์ตูนประจำปีของจิบลิที่ฉายในปี 2011 แต่เพิ่งเข้าโรงเราที่สกาล่าเมื่อวันนี้แหละ (26 เม.ย.) เมื่อเทียบกับการ์ตูนปีก่อนๆ ของจิบลิอย่าง Ponyo หรือ Arrietty จะพบว่า From Up on Poppy Hill (ชื่อยาวจัง) ดูเป็นการ์ตูนเรียบๆ เพราะมันไม่มีความเป็นแฟนตาซีอะไรเลย หนังเล่าเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองริมชายทะเล เธอสูญเสียพ่อไปในการออกศึกยุทธนาวีแต่ก็ยังชักธงขึ้นเสาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ตราตรึงในจิตว่าพ่อจะต้องมองเธอจากที่ไกลๆ เสมอมา (ดราม่ามั้ยล่ะ) ชีวิตของเธอเรื่อยๆ เอื่อยๆ แต่ก็เริ่มมีสีสันขึ้นเมื่อเธอมีหนุ่มหน้ามนเข้ามาในชีวิต หนุ่มหน้ามนที่เธอหลงรักหมกมุ่นในชมรมหนังสือพิมพ์ ที่ตั้งอยู่ในตึกที่กำลังจะถูกทุบ เธอและหนุ่มของเธอจึงต้องเข้าไปปกป้องด้วยวิธีการซอฟท์ๆ ละมุนไพรต่างๆ นานา พร้อมกับพัฒนาความรักที่เหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ไปพร้อมๆ กัน สรุปว่าเรื่องเรื่อยเอื่อยบอสซาโนว่ามาก
ชอบ
ชอบในรายละเอียดของภาพ เรื่องนี้จะคล้ายๆ Always คือถึงเป็นฉากที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่ก็มีอะไรให้ดูตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด
ชอบวิถีชีวิตของคนในเรื่องที่สะท้อนออกมาว่าดูแล้วสบายใจดี
ดนตรีและเพลงประกอบเพราะมาก
ความเป็นจิบลิ
ไม่ชอบ
หลับ. ดูแล้วหลับ. ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมดูแล้วหลับ เราอาจจะเหนื่อยเกินไปก็ได้ แต่ว่าเราคิดว่าเนื้อเรื่องมันค่อนข้างจะ... นิ่งเกินไปสำหรับสมัยนี้เหมือนกันนะ
ปมและบทสรุปที่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่ก็เข้าใจแหละ ว่าหนังมันไม่ต้องตื่นเต้นก็ได้ ...ก็เข้าใจแหละ (แต่หลับนะ ฮ่าๆ)
เกรด
แต่ถ้าเป็นคนเนิบๆ ให้บวกอีกสองประจุ เป็น B+
Cabin in the Woods
เกริ่น
หลังจากที่ไม่ได้เขียนบล็อกรีวิวหนัง filmsome มานานมากจนฝุ่นเกาะ ตอนนี้ก็พยายามจะกลับมาเขียนอีกครั้งแล้ว เพราะพบว่าพักหลังๆ ได้ดูหนังที่อยากบันทึกไว้มากมาย แต่จะมาเขียนก็อาย เพราะไม่ได้มาเขียนนาน ปัญหาสองอย่างนี้จึงเหมือนงูกินหางทับซ้อนไม่รู้จบ จึงตัดสินใจได้ว่าถ้าเจอหนังที่ควรค่าแก่การเขียนจะเขียนทันที ซึ่งคือหนังเรื่องนี้เอง
พล็อตตามที่เข้าใจ
Cabin in the Woods เป็นหนังที่พยายามแหกขนบหนังทริลเลอร์สยองขวัญสั่นประสาททั้งปวง จนไม่สามารถเล่าเรื่องได้ (จริงๆ หากหลีกเลี่ยง ไม่ดูเทรลเลอร์ได้ก็ควรจะทำ) พูดจริงแล้ว จะเรียกว่า Cabin in the Woods เป็นหนังหักมุมจัดๆ ก็ไม่ใช่ เพราะเรื่องราวทุกอย่าง ผู้สร้างเฉลยปมตั้งแต่ช่วง 10 นาทีแรกของหนัง ผู้ชมมีเพียงหน้าที่สังเกตการณ์ว่าหนังจะลากไปได้ถึงตรงไหนก่อนจบเท่านั้นเอง หนังเล่าเรื่องของแก๊งหนุ่มสาว 5 คน ตามขนบหนังประเภทนี้ ประกอบไปด้วย หนุ่มฮังก์สุดกล้าม (คริส เฮมเวิร์ธ จากทอร์) สาวร่านหัวบลอนด์ สาวเรียบร้อย หนุ่มนักเรียน และหนุ่มขี้พี้ยา ทั้งห้าไปใช้เวลาวันหยุดด้วยกันที่กระท่อมกลางป่าลึกแห่งหนึ่งซึ่งจะเกิดเรื่องสยองขวัญมากมาย จบ เล่าได้เท่านี้จริงๆ มากกว่านี้เหมือนหักหลังกัน
ชอบ
เนื้อเรื่องของหนังที่ไม่ดูถูกคนดูใดๆ แม้จะมีท่าทียวนยั่วต่อหนังสยองขวัญเกรดบีอยู่ แต่นี่ก็เป็นหนังที่ฉลาดโคตรๆ
เราชอบจุดที่หนังลากไปถึงมาก หนังบางเรื่องจะตัดจบแค่ครึ่งเรื่องของเรื่องนี้เท่านั้นเอง ทำให้รู้สึกว่า Cabin in the Woods คุ้มมาก
ไอเดียที่ล้อเลียนหนังญี่ปุ่นหลายจุดที่ทำให้สลับระหว่างความฮากับความกลัวได้ดีมาก
เรากลัวหนังผีหนังสยองขวัญมาก เรื่องนี้ก็กลัว แต่มันกลับทำให้เรากลัวไปด้วย สนุกไปด้วยได้
ไม่ชอบ
ถ้าพูดจริงๆ ก็ไม่มี แต่ถ้าต้องลิสท์จุดไม่ชอบ ก็คงเป็นการแสดงที่ตั้งใจจะเล่นอ่อนของนักแสดง ซึ่งมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ก็เลยไม่รู้จะไม่ชอบไปทำไม
เกรด
หมายเหตุ ผู้เขียนไปดูรอบ Sneek Preview ซึ่งทางค่ายหนังจัดมาให้ แต่แม้ถึงจะไม่ได้ดูตั๋วฟรี ก็คงจะเขียนชมแบบนี้แหละ ^^'
posted on 28 Jul 2011 22:31 by champcpe in B-
Horrible Bosses
พล็อตตามที่เข้าใจ
นิค เคิร์ท กับเดล เป็นสามเกลอสุดซี้ที่มีความเซ็งอย่างเดียวกัน นั่นคือเจ้านายของพวกเขาอุบาทว์เหลือจะทน เข้านายของนิคเป็นพวกบ้าอำนาจ หลอกใช้งานลูกน้อง เจ้านายของเคิร์ทเป็นพวกสติเสื่อมที่ได้แต่วางท่าเพราะว่าเป็นลูกเจ้าของบริษัท ส่วนเดลออกจะแปลกกว่าชาวบ้านหน่อยตรงที่เจ้านายเป็นสาวบ้าเซ็กซ์ที่ยั่วเขาได้ทั้งวัน เมื่อทั้งสามเซ็งถึงขีดสุด ทางออกคือ การวางแผนฆ่าเจ้านายทั้งหลายอย่างแนบเนียน!
ชอบ
มีแต่ดาราในซีรีส์ที่ชอบๆ จากซีรีส์ทีวีอย่างสามตัวละครหลัก เจสัน เบทแมน (Arrested Development - คนขวา), เจสัน ซูเดคิส (SNL - คนกลาง), ชาร์ลี เดย์ (It's always sunny in Philadelphia - คนซ้าย) ซึ่งเล่นเข้าขากันเป็นบ้า
เจ้านายสามตัวที่ประกอบไปด้วยเควิน สเปซี่, คอลิน ฟาร์เรล (ที่ไม่เหลือเค้าหล่อ) และเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ก็บ้าได้เรื่องจริงๆ
เป็นหนังดูสบายๆ ไม่เครียด ทำให้ขำได้เรื่อยๆ (แม้จะไม่เท่าตระกูล Hangover)
ถ้าออกเป็นดีวีดีแล้วดูที่บ้านแบบไม่ต้องตั้งใจดูมากน่าจะสนุกกว่าเดิม
ไม่ชอบ
คิดว่าถ้าเขย่าให้เข้าที่กว่านี้ หนังน่าจะกระชับกว่านี้นะ
มีบทโจ๊กที่ไม่เข้าที่เข้าทาง เหมือนเป็นอิมโพรไวส์กันเอง เยอะไปนิด
เจมี่ ฟอกซ์ในบทผู้ให้คำปรึกษาฆ่าเจ้านาย ที่ดู... ไม่เห็นจะเข้า ไม่เห็นจะขำเลย (ความเห็นส่วนตัว)
เกรด
นั่นเป็นเพราะชอบดาราอยู่แล้ว หากไม่ชอบดาราเหล่านี้มาก่อนคงประมาณ C+